Latest Movie :
Recent Movies




Showing posts with label นมแม่. Show all posts
Showing posts with label นมแม่. Show all posts

นมคัดเกิดจากอะไร จะแก้อย่างไร

เต้านมคัด

มักเป็นทั้งเต้าและเป็นทั้ง 2 ข้าง เกิดจากการสร้างน้ำนมแม่ได้มาก แต่ไม่สามารถระบายน้ำนมออกหรือระบายออกไม่ทัน จึงเกิดอาการคัด บวม แข็ง เต้านมจะร้อน ผิวแดงเป็นมัน เจ็บ ลานนมตึงแข็ง ทำให้หัวนมสั้นลงจนลูกดูดไม่ได้ น้ำนมไหลไม่ดี
บางครั้งอาจจะมีไข้ได้ แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง

สาเหตุของเต้านมคัด
1. ร่างกายสร้างน้ำนมได้มากกว่าปริมาณที่ลูกกิน
2. แม่ทิ้งช่วงการให้ลูกกินนมนานเกินไป ให้นมลูกไม่บ่อยพอ จำกัดเวลาการให้นมลูก หรือไม่ได้บีบออกในช่วงที่ลูกไม่ได้ดูด ทำให้มีน้ำนมสะสมในเต้ามาก
3. ให้ลูกดูดนมไม่ถูกวิธี ทำให้การระบายไม่ดีเท่าที่ควร



วิธีแก้ไขปัญหาเต้านมคัด
1. ประคบเต้านมด้วยผ้าอุ่นจัดอย่างน้อย 10 นาทีก่อนที่จะให้นมลูก ควรใช้ผ้าขนหนูผืนใหญ่พอที่จะหุ้มเต้านมได้โดยรอบ ตามด้วยการนวดและคลึงเต้านมเบาๆ จากฐานลงไปที่หัวนม (ดูได้จากวิดีโอ)
2. บีบน้ำนมออกจนลานหัวนมนุ่มลง จะช่วยให้ลูกงับลานหัวนมง่ายขึ้น
3. ให้ลูกดูดน้ำนมบ่อยมากขึ้น อย่างน้อยทุก 2 – 2 ½ ชั่วโมง ดูดให้ถูกวิธี เพื่อระบายน้ำนมออกจากเต้าให้ได้มากที่สุด และต้องให้ดูดในเวลากลางคืนด้วย มิฉะนั้นเต้านมจะคัดในเช้าวันรุ่งขึ้นอีก อีก ถ้าไม่สามารถให้นมลูกได้ตามเวลา ควรบีบน้ำนมออกเก็บไว้
4. หลังให้นมลูกเสร็จ ประคบเต้านมด้วยความเย็นเพื่อลดความเจ็บปวด
5. ถ้าแม่เจ็บมากจนให้ลูกดูดนมไม่ได้ อาจต้องพัก ระบายน้ำนมออกโดยบีบหรือปั๊มออก และป้อนนมแม่จากถ้วยให้ลูกแทน
6. รับประทานยาแก้ปวด ตามความจำเป็นเช่น พาราเซทตามอล
7. ควรใส่เสื้อชั้นในเพื่อพยุงเต้านมไว้
8. บีบเอาน้ำนมออกได้เรื่อย ๆ ถ้าจำเป็น เพื่อจะได้คลายความเจ็บปวดจนกว่าอาการเต้านมคัดจะดีขึ้น
9. หากอาการคัดเป็นรุนแรงมาก ควรปรึกษาคลินิกนมแม่

การป้องกันเต้านมคัด
1. ไม่ควรทิ้งระยะให้นมลูกนานเกินไป หากมีธุระไม่สามารถให้นมลูกได้ตามเวลา ควรบีบน้ำนมออกมาเก็บไว้เพื่อให้ลูกทานด้วยถ้วย
2. ให้ลูกดูดนมบ่อยๆ ดูดถูกวิธี และดูดจนเกลี้ยงเต้า

ในกรณีที่คัดและปวดมากจนแตะไม่ได้ วิธีที่ช่วยได้คือ นำกะละมังใส่น้ำอุ่นจัดที่พอทนได้วางบนโต๊ะ แล้วก้มตัวลงโดยใช้ข้อศอกยันโต๊ะไว้ ให้เต้านมจุ่มลงในน้ำสักพักใหญ่ๆ แล้วกระตุ้นการหลั่งน้ำนม(ทำจี๊ด)โดยโดยนวดเต้านมเบาๆ หรือใช้หลังนิ้วลูบเบาๆ จากนั้นจึงแช่เต้าในกะละมังอีกครั้งค่อยๆ ใช้มือบีบน้ำนมออกทีละน้อยเท่าที่จะทนเจ็บได้ (คุณแม่ในภาพมีรอยแดงรอบลานนมที่เต้าขวาเนื่องจากเต้านมอักเสบด้วย)

1 แช่เต้าในกะละมังใส่น้ำที่อุ่นจัดพอทนได้ (ตามภาพ)
2 กระตุ้นการหลั่งน้ำนม(ทำจี๊ด)โดยนวดเต้านมเบาๆ
3 กระตุ้นการหลั่งน้ำนม(ทำจี๊ด) โดยใช้หลังนิ้วลูบเบาๆ ที่เต้านมจากรอบนอกมาทางลานนม
4 แช่เต้าในกะละมังอีกครั้งค่อยๆ ใช้มือบีบน้ำนมออกทีละน้อยเท่าที่จะทนเจ็บได้

ไม่ต้องอ่านฉลากก่อนซื้อก็รู้ว่าแตกต่าง

ทุกวันนี้บริษัทนมผสมโฆษณาโอ้อวดว่า นมผสมมีสารอาหารหลากหลายใกล้เคียงกับนมแม่ แต่ความจริงก็คือ ทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ส่วนประกอบ “ทั้งหมด” ของนมแม่ และในบรรดาส่วนประกอบที่นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ได้แล้ว นมแม่ก็ยังมีส่วนประกอบอยู่กว่า 100 ชนิด ที่นมผสมไม่มี

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhETfp2yEKiyxxnYuss2o1lW1eiWXhRWQ6jrcFKAw5zCtFrJqWgPn7W4GP8vfvSUG45JprLRhOcpJ7k017iRZiFgZOEDxLPvd0Mv48aafBqQHE_HwQAkBD_oj_tTgg4wSIyqE89EaTWCnSa/s200/im20.jpg
นอกจากนี้ บริษัทนมผสมพยายามโฆษณาว่า ผลิตภัณฑ์ของตัวเองมีสารอาหารโน้นเท่านี้ มีแร่ธาตุนี้เท่านั้น แต่ไม่มีบริษัทไหนพูดเรื่อง Nutrient Bioavailability หรือปริมาณสารอาหารที่ทารกสามารถดูดซึมไปใช้ได้ เลย

การเติมสาร อาหารสังเคราะห์ต่าง ๆ มากมายลงในนมผสม ไม่ได้หมายความว่า ทารกจะสามารถดูดซึมสารเหล่านั้นไปใช้ได้ทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นการให้สารอาหารหรือแร่ธาตุที่มากเกินความต้องการ ยังอาจเป็นอันตรายด้วย

ทั้งนี้เป็นเพราะสารส่วนเกินจะต้องถูกกำจัด ออกจากร่างกาย แต่เนื่องจากไตของทารกยังพัฒนาเต็มที่ จึงไม่สามารถกรองโปรตีนและแร่ธาตุที่มีมากเกินจำเป็นได้

นมวัวมี โปรตีนและแร่ธาตุที่มากเกินไปสำหรับลูกคน จึงต้องนำไปทำให้เจือจางมากพอจึงจะไม่เป็นอันตรายต่อทารก นอกจากนี้การให้สารอาหารและพลังงานที่มากเกินแก่ทารกเร็วเกินไป จะทำให้เกิดผลเสียระยะยาวต่อสุขภาพของทารก

การที่นมแม่มีสารอาหารบาง ชนิดจำนวนไม่มาก ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือความบกพร่องของนมแม่ แต่เป็นเพราะนมแม่มีปริมาณสารอาหารตรงตามความต้องการของทารก และเป็นสารธรรมชาติที่ดูดซึมได้ง่าย ทารกนำไปใช้ได้ทั้งหมด

น้ำนมแม่มีเอนไซม์สำหรับช่วยย่อย ซึ่งจำเป็นมากสำหรับทารกเนื่องจากทารกยังไม่สามารถผลิตเอนไซม์ได้ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ

ใน โลกนี้มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงไม่กี่ชนิด ที่สามารถผลิตน้ำนมที่มีเอนไซม์ได้ นอกจากมนุษย์แล้ว สัตว์ที่มีความสามารถเช่นนี้ ได้แก่ ลิงกอริลลา สุนัข แมว พังพอน และแมวน้ำ น้ำนมวัวไม่มีเอนไซม์ที่จำเป็นสำหรับทารก

ในน้ำนมแม่ ยังมีโปรตีน แลคโตเฟอรินซึ่งจะจับตัวกับธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันไม่ให้ธาตุเหล็กถูกนำไปใช้มากเกินไป ธาตุเหล็กมีความสำคัญ แต่ถ้าทารกได้รับน้อยไปหรือมากไปก็จะเป็นอันตราย ธาตุเหล็กที่มากเกินไปจะกระตุ้นการเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายในลำไส้

นอก จากนี้ยังมีงานวิจัยแสดงว่า ถ้าทารกแรกคลอดที่มีปริมาณธาตุเหล็กสะสมในระดับที่เหมาะสม ได้รับนมผสมที่เสริมธาตุเหล็กจะมีพัฒนการทางสมองที่แย่ลง

ผู้หญิงทุก คนมีน้ำนมที่มีสัดส่วนของสารอาหาร แร่ธาตุ ภูมิต้านทาน และ growth factor พอ ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นแม่ในประเทศเจริญแล้วหรือแม่ในประเทศด้อยพัฒนา และแม้แต่คุณแม่ที่มีภาวะพร่องโภชนาการ คุณภาพของน้ำนมแม่ก็แทบจะไม่แตกต่างจากน้ำนมแม่ทั่ว ๆ ไปเลย

คุณแม่ ที่ให้ลูกกินนมตัวเอง จึงมั่นใจได้ว่าลูกจะได้รับทั้งสารอาหาร แร่ธาตุ และภูมิต้านทานที่เหมาะสมจากนมแม่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องสนใจอ่านฉลากข้างกระป๋องเลย

นมแม่ เป็น สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก


การบอก "ข้อดีและประโยชน์" ของการให้ลูกกินนมแม่ คล้ายกับเป็นการยอมรับว่าการให้ลูกกินนมผงเป็นเรื่องธรรมดาและมีความปลอดภัย ส่วนการให้ลูกกินนมแม่เป็น "โบนัส" ที่ลูกจะได้เพิ่ม

ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น การให้ทารกกินนมผงไม่ปลอดภัย มีความเสี่ยงที่จะทำให้ทารกเจ็บป่วยและเสียชีวิต

ข้อเท็จจริงนี้ทำให้คนฟังรู้สึกไม่สบายใจ บางคนอาจรู้สึกไม่พอใจหรือเสียหน้า เพราะตัวเองไม่ได้กินนมแม่หรือลูกตัวเองไม่ได้กินนมแม่

แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจเลือกเองว่าจะให้ลูกกินนมแม่หรือไม่ พวกเธอตัดสินใจไปตามความคาดหวังของสังคม, สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมรอบ ๆ ตัวเธอ

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เรามักจะทำอะไร ๆ ตามอย่างคนอื่น ทั้งที่มันอาจจะไม่มีเหตุผล

แม่นับล้าน ๆ คนมีความพยายามที่จะให้ลูกกินนมแม่ แต่ทำไม่สำเร็จหรือต้องล้มเลิกกลางคัน เพราะสังคมทั่วไปขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ประกอบกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล และแผนการตลาดของนมผงที่ตอกย้ำความเข้าใจผิด ๆ ทำให้ การให้ลูกกินนมแม่ ซึ่งเป็นวิธีปกติของการให้นมทารก ต้องถูกทำลายไป

แม่จำนวนมากมายให้ลูกกินนมผง ทั้งที่มันมีความเสี่ยงมหาศาลต่อสุขภาพของทารก เพราะการให้ทารกกินนมผงหรือการให้ทารกหย่านมแม่เร็วขึ้น กลายเป็นเรื่องปกติในสังคมยุคปัจจุบัน

แม่จำนวนมากมายไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรกคลอด พวกเธอจึงไม่สามารถให้ลูกกินนมแม่ได้สำเร็จและนานพอ พวกเธอจึงคิดไปเองว่าร่างกายของเธอไม่สามารถผลิตน้ำนมได้

แม่บางคนเลิกให้ลูกกินนมแม่ภายในเวลาไม่กี่เดือน เพราะคิดว่ามันเป็นไม่เป็นอะไร เมื่อแม่ต้องกลับไปทำงาน ก็ไม่มีใครให้คำแนะนำว่าจะรักษาปริมาณน้ำนมไว้ได้อย่างไร

สังคมทั่วไปกำลังตอกย้ำให้คนเชื่อว่า การไม่ให้ลูกกินนมแม่ เป็นเรื่องปกติ ภาพโฆษณาที่เห็นทางสื่อต่าง ๆ ทำให้เราเชื่อว่า นมผงดีไม่แพ้นมแม่

เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจว่าจะให้ลูกกินนมแม่ หรือ นมผง แม่ทุกคนมีสิทธิ์อย่างสมบูรณ์แบบที่จะตัดสินใจเอง ว่าจะเลือกทางใด แม่ทุกคนไม่ควรจะถูกบังคับหรือกดดัน ว่าต้องให้ลูกกินนมแม่

แต่แม่ทุกคนก็ต้องมีสิทธิ์ที่จะได้รับรู้เกี่ยวกับอันตรายและความเสี่ยงที่จะเกิดจากการให้ลูกกินนมผงด้วย

การเลือกระหว่างนมแม่กับนมผง ไม่ใช่ ทางเลือกที่เท่าเทียมกัน

ปัจจุบันนี้เราได้รับรู้คุณประโยชน์มากมายมหาศาลของนมแม่ ทั้งต่อตัวทารก ต่อตัวแม่ และต่อสังคมเศรษฐกิจ แต่เราไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเสี่ยงและอันตรายของนมผง

สถาบันกุมารเวชศาตร์ของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า "การให้ทารกกินนมผง ทำให้อัตราและความรุนแรงของการเป็นโรคทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพิ่มขึ้น"

แต่อุตสากรรมนมผงและอาหารสำหรับเด็กทำงานอย่างหนักที่จะปกปิดข้อเท็จจริง เหล่านี้ รวมทั้งบิดเบือนความจริง เพื่อทำให้คนเชื่อว่า นมผงมีความปลอดภัยและดีพอ ๆ กับนมแม่ หรือกระทั่งโกหกว่า นมผงดีกว่านมแม่

พ่อแม่จะยังเลือกที่จะซื้อนมผงให้ลูกกินหรือไม่ ถ้าหากบริษัทนมผงไม่เผยแพร่โฆษณาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ว่านมผงทำให้เด็กเติบโตแข็งแรงและมีพัฒนาการทางกายและสมองที่ดีล้ำเลิศ

พ่อแม่จะยังเลือกให้นมผงกับลูกหรือ ไม่ ถ้าหากแพทย์, พยาบาล, เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและสื่อมวลชน นำเสนอข้อเท็จจริงอย่างสม่ำเสมอว่า การให้ทารกกินนมผงเพิ่มอัตราการเจ็บป่วยในเด็ก ถึงแม้นมผงที่ให้ทารกจะเป็นนมผงราคาแพงก็ตาม

ไม่ใช่แต่นมผงที่มีสารปนเปื้อนเมลามีนหรือสารอื่น ๆ เท่านั้นที่ทำให้ทารกเจ็บป่วย ทุกวันนี้โรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะในประเทศที่ร่ำรวยหรือยากจน ต้องรับรักษาทารกจำนวนมากมายที่เจ็บป่วยเพราะกินอาหารและของเหลวอย่างอื่น ที่ไม่ใช่นมแม่ แต่ไม่เคยต้องรับรักษาทารกที่ป่วยเพราะกินนมแม่ล้วน ๆ เลย

ในความเป็นจริง การเลือกระหว่าง นมแม่ กับ นมผง ไม่ใช่แค่การเลือกว่าจะให้นมอะไรกับทารก แต่เป็นการเลือกระหว่าง สุขภาพ กับ ความเจ็บป่วย และในบางกรณีอาจเป็นการเลือกระหว่าง ชีวิต กับ ความตาย ด้วยซ้ำ

นมแม่ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก เพราะเราไม่สามารถจะนำอาหารอื่นใดมาเปรียบเทียบกับนมแม่ได้

น้ำนมแม่เหมือนหรือต่างจากนมกระป๋องอย่างไร

นมไหนว่าแน่ นมแม่นั้นแน่กว่าใครๆ........น้ำนมแม่เหมือนหรือต่างจากนมกระป๋องอย่างไร
หลายคนคงได้อ่านข่าวที่มีนักวิทยาศาสตร์ทำการโคลนนิ่งแม่วัวเพื่อให้ผลิตน้ำนมแบบน้ำนมของคนมาแล้วเมื่อไม่นานมานี้ หลายท่านอาจจะงงว่าเอ..ทำไมต้องมามีน้ำนมเหมือนน้ำนมของคน หรือลูกวัวจะมาแย่งน้ำนมแม่คนซะแล้ว ความจริงแล้วบรรดานักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานแน่นอนว่าน้ำนมของคุณแม่คนทั้งหลายเป็นน้ำนมที่ดีที่สุด มีความเหมาะสมที่สุดในการเจริญเติบโตและมีสุขภาพแข็งแรงของลูก และอยากจะให้แม่วัวได้มีน้ำนมคุณภาพดีเลิศแบบน้ำนมคนไปเลี้ยงลูกวัวบ้างจะได้มีภูมิต้านทานและเติบโตได้ดีไม่ป่วยเป็นโรคกระเสาะกระแสะอย่างเช่นวัวในปัจจุบัน  ดังนั้นคำถามที่น้ำนมแม่และนมกระป๋องเหมือนกันไหม ใช้แทนกันได้ไหม ก็จะได้ตำตอบยืนยันมั่นคงว่าไม่เหมือนและทดแทนกันไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะแม้แต่ข้างกระป๋องของนมผงยังเขียนไว้ว่า

“น้ำนมแม่เป็นอาหารดีที่สุดสำหรับทารก เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน “และมีคำอธิบานเพิ่มบนกระป๋องว่าสูตรใกล้เคียงน้ำนมมารดา

 “การใช้นมผสมควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาล หรือนักโภชนาการ “ก็หมายความว่าไม่ใช่สิ่งที่ปกติควรจะใช้เพราะต้องมีอะไรที่ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

“การเตรียมหรือใช้ส่วนผสมที่ไม่ถูกต้อง จะเป็นอันตรายต่อทารก” นั่นหมายความว่ามีอันตรายรออยู่เบื้องหน้าถ้าใช้ไม่ถูกวิธี

ลองมาดูกันนะคะว่าของแท้และของเทียมมีอะไรที่เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
นมแม่ ของแท้ที่สร้างร่างกายของแม่และความรัก
นมผสม ของเทียมที่ทำจากเครื่องกลในโรงงานอุตสาหกรรม
น้ำนมแม่สะอาด ปราศจากเชื้อโรค อุ่นอยู่ในอก พร้อมให้ลูกรับประทานได้ทันที ทุกที่ทุกเวลา
ผลิตจากวัตถุดิบจากพืช หรือสัตว์ มีการเติมสารปรุงแต่งให้ใกล้เคียงกับนมแม่โดยกระบวนการผลิตหลายขั้นตอนทำให้มีโอกาสปนเปื้อนมากกว่า
มี สารอาหารครบตามความต้องการและยังเป็นของสารอาหารที่ลูกสามารถนำไปใช้ได้ดี จึงดูดซึมได้หมดทำให้มีระยะว่างของกระเพาะทารกน้อย ลูกจึงกินได้บ่อยครั้งทำให้มีน้ำนมมากขึ้นตามความต้องการของลูก
มี การปรับปรุงทั้งทางเพิ่มและลดเพื่อให้อยู่ในระดับที่ลูกเอาไปใช้ได้เท่านั้น นมกระป๋องมีน้ำตาลและไขมันที่ต่างจากนมแม่ทำให้ท้องผูก ใช้เวลาย่อยนานลูกจึงกินไม่บ่อย
นมแม่มีสารที่มีชีวิต เช่นเม็ดเลือดขาว ภูมิคุ้มกันที่ลูกเอาไปใช้ได้ทันที เอ็มไซม์ช่วยย่อยอาหาร และ ฮอร์โมนเพื่อช่วยในการเติบโต
เป็น ผงแห้งที่ถูกทั้งความร้อน กรด ด่าง ในกระบวนการผลิตจึงไม่เหลือชีวิต ต้องละลายด้วยน้ำอุ่นเพื่อคืนสภาพเป็นน้ำนมอีกทีก่อนให้ลูกกิน
การกินนมแม่ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนของแม่ให้ทำงาน ร่างกายแม่จะกลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว
ร่าง กายแม่ไม่ได้รับการกระตุ้น ไม่ได้รับประโยชน์ในการกลับสู่ภาวะปกติ แต่ต้องเตรียมและทำความสะอาดอุปกรณ์อย่างเร่งรีบ เวลาที่จะได้พักหรือชื่นชมกับลูกก็น้อยลงไป
เด็กที่กินนมแม่มีการป่วยด้วยโรคท้องร่วงน้อยกว่าเด็กกินนมกระป๋อง
นม กระป๋องไม่ได้อยู่ในสภาพปราศจากเชื้อโรด และขั้นตอนการเตรียมจะมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคจากน้ำ ภาชนะ และอื่นๆได้มากกว่าทำให้เด็กที่กินนมกระป๋องมักป่วยด้วยโรคท้องร่วงในช่วง ขวบปีแรก
นมแม่ลดปัญหาโรคภูมิแพ้ และหอบหืด
เด็กที่ได้รับโปรตีนแปลกปลอมของนมวัวหรือพืชบางตัวที่เติมในนมกระป๋องจะกระตุ้นให้เกิดภาวะภูมิแพ้
นม แม่ลดปัญหาโรคอ้วน เพราะมีไขมันชนิดดีที่ช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็น มีน้ำตาลนมที่จะกลายเป็นอาหารให้แบคทีเรียดีในลำไส้ใช้ในการช่วยป้องกันการ ท้องร่วงในทารกนั้นด้วย
เด็กมักกินนมในจำนวนที่มากกว่าที่ร่างกายต้องแต่ดูดนมเพราะถูกกระตุ้นจากการป้อน ทำให้กินมากเกินไป   และนมกระป๋องมีไขมันและน้ำตาลที่ทำให้เป็นโรคอ้วน
นมแม่ลดปัญหาความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด
นม กระป๋องไม่มีเอ็มไซม์ย่อยไขมัน และมีไขมันที่ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดมากกว่า จึงพบการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดเมื่อเป็นผู้ใหญ่มากกว่า
นมแม่ลดปัญหาโรคเบาหวาน ทั้งแบบถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์และแบบที่เกิดจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม
น้ำตาล ในนมกระป๋องเป็นน้ำตาลทรายหรือน้ำตาลอื่นที่มีความหวาน กระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินมากจนทำให้เป็นโรคเบาหวานในวัยรุ่นหรือเมื่อ เป็นผู้ใหญ่ได้
นมแม่ลดปัญหาโรคไต เพราะมีปริมาณโปรตีนที่พอเหมาะ ไม่มากไม่น้อยเกินไป
ปริมาณ โปรตีนในนมกระป๋องจะมีปริมาณที่สูงเพราะดูดซึมได้เพียงเล็กน้อย เมื่อทารกได้รับโปรตีนในจำนวนมากก็จะเพิ่มการทำงานของไตทำให้เกิดปัญหาโรคไต ได้
นมแม่ช่วยปกป้องลูกจากการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม  เพราะร่างกายคุณแม่จะกรองสิ่งไม่ดีออกไปเพื่อให้ลูกปลอดภัย
นม กระป๋องถูกเรียกคืนบ่อยครั้งจากทั่วโลกจากการปนเปื้อนเชื้อโรค สารพิษเช่น เมลานิน สารตะกั่วและโลหะหนักอื่นๆจากกระบวนการผลิต และการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมจะทำให้วัวได้รับสารเหล่านั้นสะสมในร่างกาย มากกว่า เมื่อเอาน้ำนมมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำนมจึงมีการปนเปื้อนมากกว่า
นมแม่ช่วยให้ลูกมีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี เพราะใกล้ชิดกับแม่
การ กินนมกระป๋องมักทำให้แม่ลดโอกาสการใกล้ชิดกับลูก สัมผัสที่ปากลูกได้รับเป็นสัมผัสระหว่างจุกยาง ขวดพลาสติกกับลูก การโอบกอดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย
 โดย มีนะ สพสมัย IBCLC

ดูเหมือนว่าน้ำนมไม่ไหลหรือน้ำนมน้อยทำอย่างไรดี

นมแม่ไม่ไหล



§  มัก เกิดจากการดูดที่ตื้นเกินไปหรือดูดที่หัวนม คุณแม่ลองขยับให้ลูกแนบตัวมากขึ้น รอลูกอ้าปากกว้างก่อนจึงจะจับเต้าเข้าปาก ว่าไปแล้วจะต้องปากพาลูกมาหาเต้านมแม่ ไม่ใช่พาเต้าแม่ไปใส่ปากลูกเพราะจะทำให้แม่ปวดเมื่อยหลังเพราะต้องก้มตัว  สำคัญ ที่ว่าปากอ้ากว้าง คางชิดเต้านมแม่ ท้องแม่แนบท้องลูกนะคะ การอุ้มที่แนบชิด ปากอ้ากว้างอมลึกถึงลานนมนี้ยังช่วยแก้ปัญหาหัวนมเจ็บได้ด้วยค่ะ
§  แม่เครียด!!! ก็เป็นอีกสาเหตุที่มักทำให้กลไกน้ำนมพุ่ง หรือน้ำนมไหลหดหายไปโดยปริยาย เพราะฮอร์โมนรักที่ต้องการถูกความเครียดมาขวางทางไว้ ทางที่หาทางนอนเวลาลูกนอน พยายามกินอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ สร้างบรรยากาศผ่อนคลายด้วยเสียงเพลง สายลมและสองหรือสามเราพ่อแม่ลูกกันหน่อยค่ะ เรื่องเลี้ยงลูกเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ใหม่กันหมดทำได้อย่างใจบ้างไม่ได้ บ้างอย่างเพิ่งท้อ ผ่านไปสักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็จะดีขึ้นเอง รอบข้างมีใครพอแบ่งเบาช่วยเหลือได้ก็ขอช่วยไปก่อน ไม่นานก็เก่งทุกคนค่ะ
น้ำนมน้อย

§  ถ้า ดูเรื่องท่าอุ้มท่าดูดถูกต้องกันดีแล้ว การกระตุ้นโดยให้ดูดให้บ่อย ดูดให้นานขึ้น น้ำนมได้ถ่ายเทออกมามากก็จะมีน้ำนมมากเอง ที่สำคัญอย่าไปคาดหวังว่าจะมีน้ำนมมากมายในช่วงสัปดาห์แรกเพราะทั้งกระเพาะ ลูกและเต้านมแม่ก็เพิ่งเริ่มงานกันทั้งคู่ขอเวลาให้เครื่องเดินเต็มที่ รับรองหายห่วง แต่ต้องให้กินบ่อยพอในช่วงเดือนแรกขอเป็นสัก 8 ครั้งในหนึ่งวันนะคะ
§  คุณ แม่อาจเสริมแรงด้วยอาหารหวานคาวที่ใครต่อใครบอกว่าทำให้น้ำนมพลั่งพรู เช่นน้ำขิง น้ำเต้าหู้ ยำพัวปลี แกงเลียง เม็ดขนุนต้ม มะละกอ สัปปะรด เพื่อบำรุงคุณแม่ อย่างลืมพักผ่อนหลับจะได้สดชื่นผ่องใส มีแรงเลี้ยงลูก ช่วงนี้อย่าไปห่วงจะลดน้ำหนักเพราะได้ออกกำลังเลี้ยงลูกอยู่แล้วรับรองว่า ผอมแน่

แม่กับลูกต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล

การแยกกับลูกออกจากกันในระหว่างพักฟื้นที่โรงพยาบาลกลายเป็นมาตรฐานทางการ แพทย์ในหลาย ๆ ประเทศ ทั้ง ๆ ที่มีหลักฐานว่าการแยกทารกแรกคลอดจากแม่จะมีผลในทางลบต่อร่างกายและอารมณ์ ของทั้งลูกและแม่

ข้ออ้างที่ใช้เป็นเหตุผลคือเรื่องของความสะอาดและ สุขอนามัย แต่ไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชิ้นใดเลยที่แสดงว่าอัตราการติดเชื้อในทารก ที่ถูกแยกจากแม่จะน้อยกว่าทารกที่อยู่กับแม่ตลอดเวลา

หลักฐานที่มี อยู่กลับแสดงผลในทางกลับกัน คือทารกที่ถูกแยกจากแม่มีอัตราการติดเชื้อมากกว่า และอัตราการเสียชีวิตของทารกแรกคลอดจะลดลง ถ้าแม่ได้มีโอกาสอยู่กับลูกตลอดเวลาเพื่อให้นมลูกและดูแลลูก

ทารกที่ อยู่กับแม่ผู้ซึ่งใช้ร่างกายตัวเองปกป้องทารกมาตลอดเวลาเก้าเดือนและพร้อม ที่จะให้ภูมิคุ้มกันลูกด้วยน้ำนมแม่ ย่อมต้องปลอดภัยกว่าอยู่กับเจ้าหน้าที่และพยาบาลที่ทำได้แค่ป้อนนมผสมให้กับ ทารก

การผลิตน้ำนมแม่ เป็นไปตามกฏของอุปสงค์กับอุปทาน ยิ่งทารกดูดนมมาก ร่างกายแม่ก็ยิ่งผลิตนมออกมามาก

ทารก ที่มีสุขภาพดีและกำลังหิวเป็นผู้ผลิตนมที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก เพราะสามารถกระตุ้นให้เกิดน้ำนมในปริมาณที่ตัวเองต้องการได้โดยการดูดนม จากอกแม่

การระงับความหิวหรือกระหายของทารกด้วยอาหารหรือของเหลวอื่น ที่ไม่ใช่นมแม่ ทำให้การดูดนมแม่ยากลำบากขึ้น พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ไม่อยากฝืนกินอาหารเวลาที่เรารู้สึกอิ่ม ทารกก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

ถ้าพยาบาลป้อนนมผสมหรือน้ำกลูโคสให้ทารก เขาก็จะไม่อยากจะดูดนมจากอกแม่ ทารกจะลดปริมาณการผลิตน้ำนมของแม่ไปโดยอัตโนมัติ เพราะท้องที่อิ่มส่งสัญญาณว่าให้กระตุ้นการสร้างน้ำนมน้อยลง ร่างกายของแม่รับสัญญาณว่าทารกไม่ได้ต้องการน้ำนมมาก ก็จะลดปริมาณการผลิตน้ำนมลง

ความอยากกินนมของทารกเชื่อมโยงโดยตรงกับ สารอาหารและปริมาณน้ำนมที่เขาต้องการ ทารกสามารถเพิ่มหรือลดปริมาณน้ำนมและปรับสมดุลของสารอาหารในน้ำนมแม่ได้ อย่างเหมาะสม ถ้าเขามีโอกาสได้ดูดนมแม่ตามความต้องการ แต่ถ้าทารกกับแม่แยกกันอยู่ เขาก็ไม่สามารถกระตุ้นน้ำนมแม่ได้

ทารกอาจจะส่งสัญญาณว่าต้องการกินนมโดยหันศีรษะ อ้าปากและแลบลิ้นออกมา หรือส่งเสียงเบา ๆ (ทารกสามารถ "พูด" ได้เร็วกว่าที่พวกเราคิด)

แต่ ถ้าทารกถูกแยกไปอยู่ในห้องเด็กก็จะไม่มีใครสังเกตเห็นสัญญาณนี้ เขาจึงต้องร้องไห้เพื่อให้พยาบาลรับรู้ความต้องการ และกว่าที่พยาบาลจะพาลูกมากินนมแม่ ทารกอาจจะหิวหรือเหนื่อยเกินไป จนหมดแรงที่จะดูดนมแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เราทุกคนน่าจะเคยรู้สึก หิวมาก ๆ แต่ก็หงุดหงิดจนกินอะไรไม่ลง เรามักจะลืมไปว่าทารกก็เป็นคนเหมือนกัน เวลาเราไปร้านอาหาร ถ้าเราต้องตะโกนจนเสียงแหบกว่าพนักงานเสิร์ฟจะมารับออร์เดอร์ และถ้าเราต้องรอนานมากกว่าอาหารจะมา เราก็คงไม่พอใจ เวลาที่ทารกหิวแล้วไม่ได้รับการตอบสนองรวดเร็ว ก็เป็นเช่นเดียวกัน

มี งานวิจัยที่แสดงว่า แม่ที่ได้นอนกับลูกของตัวเองตอนกลางคืน จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกได้ดีกว่าแม่ที่นอนแยกกับลูก แม่กระทั่งในระหว่างหลับ แม่ก็ยังรับรู้จังหวะและตอบสนองการดูดนมของลูกได้ตลอดทั้งคืน แม่ส่วนใหญ่จะปรับท่านอนโดยอัตโนมัติ แขนอยู่เหนือหัวลูก ศีรษะและเข่างอเข้าหากัน เป็นท่าที่จะปกป้องลูกจากอันตราย

แม่ลูกที่ ได้นอนด้วยกันจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้สำเร็จมากกว่าแม่ลูกที่นอนแยกกัน การให้ลูกได้ดูดนมตั้งแต่เนิ่น ๆ และดูดบ่อย ๆ ช่วยให้น้ำนมมาเร็วขึ้น ความใกล้ชิดทางกายระหว่างแม่กับลูก ทำให้ขบวนการนี้เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

เนื้อแนบเนื้อ skin-to-skin contact

การที่แม่และลูกได้สัมผัสกันแบบเนื้อแนบเนื้อ (skin-to-skin contact) ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเกี่ยวกับการผลิตน้ำนมในตัวแม่ และกระตุ้นฮอร์โมนเกี่ยวกับการย่อยอาหารในตัวลูก



ทันที่ที่คลอดลูก แม่จะเอื้อมมือไปคว้าลูกทันทีตามสัญชาติญาณ เพื่อให้ลูกได้อยู่ใกล้ ๆ แต่ถ้าแม่เหนื่อยเกินไปหมอหรือพยาบาลอาจจะอุ้มลูกมาวางบนตัวแม่ ทารกมีสัญชาติญาณในการค้นหาเต้านมของแม่ตั้งแต่แรกเกิด โดยอาศัยการสัมผัส ดมกลิ่น และการมองเห็น

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ลานนมของผู้หญิงที่ ตั้งครรภ์จะมีสีเข้มขึ้น นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ช่วยให้ทารกแรกคลอดหาหัวนมแม่เจอ และทำให้มนุษย์มีชีวิตรอด

เมื่อ ทารกหาหัวนมแม่เจอ เขาจะเปิดปากกว้างและเริ่มดูดนม ถ้าทารกไม่ได้ซึมเพราะยา การดูดนมซึ่งเป็นปฏิกริยาอัตโนมัตินี้ จะมีแรงมากที่สุดตอนทันทีหลังคลอด ทารกรู้ว่าต้องดีว่าต้องทำอะไรตามสัญชาติญาน

กิจวัตรของการจับทารก แรกคลอดอาบน้ำและห่อในผ้าอ้อมไม่ได้เกิดจากการศึกษาวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล แต่เกิดจากความเชื่อของคนบางกลุ่มที่กลายมาเป็นมาตรฐานทางการแพทย์ เป็นความจริงที่ว่าทารกแรกคลอดต้องได้รับความอบอุ่น แต่ทารกจะได้รับความอบอุ่นมากที่สุดเมื่ออยู่ในอ้อมกอดแม่

ทารกที่ อยู่ในที่นอนเด็กอาจจะไม่ได้รับความอบอุ่นมากพอถึงแม้จะถูกห่อด้วยผ้าอ้อมก็ ตาม เป็นที่รู้กันดีแล้วว่า ร่างกายของแม่จะอุ่นขึ้นถ้าลูกรู้สึกหนาว และร่างกายของแม่จะเย็นลงถ้าลูกรู้สึกร้อน

การอาบน้ำให้ทารกแรกคลอด จะชำระล้างไขมันสีขาวที่เรียกว่า Vernix ออกไป Vernix เป็นฟิล์มไขมันที่จะเคลือบผิวหนังของทารก ช่วยให้เขาไม่รู้สึกหนาว และป้องกันการระคายเคืองจากการขูดขีด สถานพยาบาลที่มีความเข้าใจที่ถูกต้องจะไม่อาบน้ำให้ทารกทันทีหลังคลอด แต่จะแค่ซับตัวให้แห้ง และวางในอ้อมกอดแม่ทันที

ในบางกรณีทารกอาจ ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ทันทีหลังคลอด แต่กิจกรรมส่วนใหญ่ที่ไม่มีผลต่อชีวิตหรือสุขภาพของทารก เช่น การชั่งน้ำหนัก สามารถรอได้ ควรให้แม่กับทารกได้สัมผัสและดูดนมแม่ทันที

แพทย์ และเจ้าหน้าที่ีที่มีความรู้ความชำนาญจะพยายามไม่รบกวนการสัมผัสเนื้อแนบ เนื้อของแม่และลูกหลังการคลอด และจะรอจนกว่าลูกได้ดูดนมแม่แล้ว จึงจะไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะต้องทำ

พยาบาลทำคลอดที่เกษียณแล้วบอก ว่า ไม่มีอะไรที่จะงดงามต่อการสัมผ้สเท่ากับผิวทารกแรกคลอด แม้แต่ผ้าไหมที่นุ่มนวลที่สุดก็ยังสู้ไม่ได้ การเอาทารกมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นต่อสุขภาพและชีวิตของทารก เป็นการแย่งเอาความปิติยินดีที่แม่ควรจะได้รับมาจากแม่

เมื่อแม่กับลูกไม่ได้สัมผัสกันเนื้อแนบเนื้อตั้งแต่แรกคลอด เราก็ยังแย่งเอาโอกาสที่จะได้สัมผัสร่างกายและหน้าอกแม่ มาจากทารกอีกด้วย

การให้ลูกกินนมผสมไม่เกี่ยวอะไรกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ใช่ทางเลือก

เช่นเดียวกับการ ปฏิสนธิตามธรรมชาติ การตั้งครรภ์ การคลอดลูก และเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับมนุษย์ การให้ลูกกินนมแม่เป็นวิธีธรรมชาติในการให้อาหารทารกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วย นม ซึ่งรวมถึงมนุษย์ด้วย
แต่วิธีตามธรรมชาติเหล่านี้ ไม่มีการรับรองว่าจะไม่เกิดความผิดพลาด สังคมจึงสร้างทางเลือกเผื่อไว้ในกรณีที่มีการผิดแผนไปจากที่ธรรมชาติตั้งใจ
การทำเด็กหลอดแก้ว การอุ้มบุญ การผ่าตัดคลอด การดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด และการให้ทารกกินนมผสม สิ่งเหล่านี้มีไว้ใช้เวลาที่ธรรมชาติเกิดความผิดพลาด
แต่ทำไมจึงมีความแตกแยกระหว่างแม่ที่ให้ลูกกินนมแม่กับแม่ที่ให้ลูกกินนมผสม ทำไมการเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง จึงถูกมองว่าเป็นการตำหนิอีกฝ่ายที่เลือกไม่เหมือนกัน ทำไมความขัดแย้งแบบนี้ไม่เกิดในกลุ่มแม่ที่คลอดธรรมชาติกับแม่ที่ผ่าตัดคลอด 

ลองนึกดูว่าเราเคยเห็นคนที่มีลูกง่ายถกเถียงกับคนที่ไปทำเด็กหลอดแก้วไหม เคยเห็นแม่ที่คลอดลูกตามกำหนดไปตั้งคำถามว่าทำไมต้องมีการดูแลมากมายสำหรับเด็กคลอดก่อนกำหนดหรือไม่ เคยเห็นคนเป็นหมันไปร้องเรียนไม่ให้โฆษณาการคุมกำเนิดและการวางแผนครอบครัวหรือไม่
อะไรที่ทำให้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงเช่นนี้ในกลุ่มแม่ที่ให้ลูกกินนมแม่และแม่ที่ให้ลูกกินนมผสม
ถ้ามองย้อนไปในอดีตที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้ เราจะหาคำตอบได้ไม่ยาก
แรกเริ่มเดิมทีนมผสมเกิดขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับทารกที่ไม่มีโอกาสได้กินนมแม่ ซึ่งในอดีตมักจะหมายถึงทารกที่โดนทิ้งตั้งแต่แรกเกิดและไม่มีแม่นมรับไปเลี้ยง หรือทารกกำพร้าที่ไม่มีญาติที่อยู่ในระยะให้นมลูก
แต่เพราะการตลาดฉ้อฉลของบริษัทนมผสมที่มุ่งสร้างผลกำไร ทำให้การให้นมผสมก้าวกระโดดจากทางเลือกสุดท้ายขึ้นมาเป็นทางเลือกแรก และในศตวรรษที่ผ่านมาเราต้องทั้งใช้เวลาและความพยายามมหาศาล เพื่อจะแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความเห็นแก่ตัวของบริษัทนมผสม แต่เส้นทางสู่ความสำเร็จยังอยู่อีกยาวไกล
ถ้าบริษัทนมผสมแค่โฆษณาว่า นมผสมเป็นทางเลือกหนึ่งแทนนมแม่ ก็เป็นเรื่องแย่พออยู่แล้ว แต่ความจริงเลวร้ายยิ่งไปกว่านั้นมาก 

บริษัทนมผสมใช้โฆษณาทรงพลังชักจูงให้คนเชื่อว่านมผสมมีสรรพคุณเหนือกว่านมแม่ เพียงชั่วอายุคนเดียวทางเลือกของคุณแม่มือใหม่ก็หมดไป เพราะแพทย์และพยาบาลถูกบริษัทนมผสมล้างสมอง และให้ข้อมูลเท็จที่ได้รับจากบริษัทนมผสมที่สนใจแต่เงินผลกำไรมหาศาล
ผลลัพธ์ที่น่าสะเทือนใจไม่ใช่การที่คนในสังคมสูญเสียความมั่นใจกับการให้ลูกกินนมแม่ แต่คือการที่สังคมไม่ตระหนักถึงอันตรายของการให้ทารกกินนมผสมแทนการให้กินนมแม่ตามที่ธรรมชาติกำหนดไว้
เมื่อเราแทนที่นมแม่ด้วยนมผสมและอาหารสังเคราะห์ มันจะเกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสุขภาพทั้งปัจจุบันและในอนาคต การทำเด็กหลอดแก้ว การคลอดก่อนกำหนด หรือการผ่าตัดคลอด มีอันตรายและความเสี่ยงเป็นผลตามมา การให้ทารกกินนมผสมก็เช่นเดียวกัน
แต่เมื่อไหร่ที่เรายกเอาอันตรายและความเสี่ยงของนมผสมขึ้นมาพูด คนในสังคมก็มักจะโวยวายว่าไม่เห็นใจแม่ที่ต้องอาศัยนมผสม เป็น เวลาหลายปีแล้วที่อันตรายของนมผสมถูกปกปิดเอาไว้ด้วยการใช้คำพูดที่่อ่อนลง และการบอกประโยชน์ของนมแม่ วิธีการแบบนี้เหมือนกับการบอกข้อดีของการหายใจในอากาศบริสุทธิ์ที่ไม่มีควัน บุหรี่ การบอกประโยชน์ของการไม่ไปอยู่ในที่ที่มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล หรือการไม่ควรเดินตัดหน้ารถยนต์ 

การให้ลูกกินนมแม่ไม่ได้มีประโยชน์ การให้ลูกกินนมแม่ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด แต่การให้ลูกกินนมแม่เป็นธรรมชาติของมนุษย์
การตัดสินใจให้ทารกกินนมผสม ไม่ว่าจะให้ร่วมกับนมแม่ หรือให้แทนนมแม่เลย ต้องพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบด้าน การให้นมผสมไม่ใช่การเลือกว่าจะให้กินนมแม่หรือไม่ การตัดสินใจเลือกไม่เกี่ยวกับการให้ลูกกินนมแม่เลย 

ก่อนที่เราจะเข้าไปแทรกแซงขั้นตอนตามธรรมชาติ เราต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงอันตรายที่จะเกิดและประโยชน์ที่จะได้รับ เช่นเดียวกับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะหรือการฟอกไต การให้นมผสมควรจะนำมาใช้เมื่อไม่เหลือทางเลือกอื่นอีกแล้ว
ความขัดแย้งทางอารมณ์
การรณรงค์เกี่ยวกับสุขภาพต่าง ๆ ออกแบบขึ้นเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ เปลี่ยนนิสัยและกระตุ้นให้พวกเขาตั้งคำถามกับแนวทางการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเลิกบุหรี่ กินผักมากขึ้น ออกกำลังมากขึ้น ลดแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการโดนแดด ลดการบริโภคไขมัน ตรวจภายใน กินอาหารที่มีไฟเบอร์มากขึ้น ฯลฯ ฯลฯ 

เราอ่านนิตสาร ดูโทรทัศน์ ไปหาหมอ หรืออ่านป้ายโฆษณา ก็จะเข้าใจได้ไม่ยากว่ามีวิธีการมากมายที่จะทำให้สุขภาพเราดีขึ้น ทั้งในตอนนี้และในอนาคต ถ้าเราละเลยสิ่งเหล่านี้ หมายความว่าเราไม่ยอมใช้พลังของเราในการลงมือทำเพื่อตัวเอง
แต่พอมีการติดโปสเตอร์รณรงค์นมแม่ ทันใดนั้นก็จะมีคนโวยวายว่า มันทำให้คนที่ให้ลูกกินนมผสมรู้สึกผิด ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นไปได้ ทำไมข้อความรณรงค์สุขภาพกลายเป็นเรื่องส่วนตัวและทำร้ายความรู้สึกของคนบางกลุ่ม คำตอบอาจจะทำให้คุณประหลาดใจ แน่นอนว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องของอารมณ์ แต่มันไม่เกี่ยวกับความรู้สึกผิด
ความ รู้สึกผิด คือ สิ่งที่เรารู้สึกเวลาทำความผิด เป็นความเสียใจที่เกิดจากความรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อความผิดที่ทำลงไป เป็นความรู้สึกภายในที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ทำความผิดรับรู้ว่าตัวเองทำสิ่งไม่ ดี คำจำกัดความแบบนี้น่าจะตรงกับแม่ที่ไม่ได้ให้ลูกกินนมแม่จำนวนไม่มาก
แต่อารมณ์ที่แท้จริงของผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ให้ลูกหย่านมแม่ก่อนเวลาอันควร คือ ความเสียใจ คือ ความรู้สึกเศร้าใจกับการสูญเสียหรือการหายไปของสิ่งที่มีค่า พูดง่าย ๆ ก็คือ เมื่อผู้หญิงเหล่านี้เห็นการสนับสนุนนมแม่ มันเตือนให้พวกเขานึกถึงช่วงเวลาที่พวกเขาเศร้าใจ ความรู้สึกนี้จะนำไปสู่ความโกรธ เพราะความรู้สึกที่ค้างคาใจได้ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
สิ่งที่แม่เหล่านี้ต้องการคือการสนับสนุนและความเข้าอกเข้าใจในความเสียใจของพวกเขา การรับรู้ว่าพวกเขามีความเศร้าเสียใจ แต่น่าเสียดายที่สิ่งที่พวกเขาได้รับ คือ คำยืนยันสนับสนุนการตัดสินหย่านมก่อนกำหนด และคำปลอบใจว่าลูกของพวกเขาจะมีสุขภาพดีแข็งแรงทั้งที่ให้กินนมผสม
การ ไม่สามารถที่จะตระหนักถึงความรู้สึกที่แท้จริงนี้จะคงอยู่ไปนานและทำให้การ ฟื้นตัวทางอารมณ์เนิ่นนานออกไปอีก เมื่อใดที่มีการพูดถึงการให้ลูกกินนมแม่ขึ้นมา อารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นก็จะย้อนกลับมา และรู้สึกได้ชัดเจนทั้งกับแม่เลิกที่ให้นมไปนานหลายสิบปีและแม่มือใหม่
ถ้าการย้ำเตือนคุณค่าของนมแม่ทำให้คุณรู้สึกโกรธ คุณก็ควรจะโกรธคนที่ทำให้คุณเสียใจ ไม่ใช่โกรธคนที่พยายามสร้างความตระหนักรู้กับคนทั่วไป พวกคุณแม่ไม่ได้ล้มเหลวในการให้ลูกกินนมแม่ แต่สังคมของเราต่างหากที่ล้มเหลวในการช่วยเหลือพวกคุณแม่ให้ลูกกินนมแม่ได้สำเร็จ และความรับผิดชอบควรจะตกไปอยู่กับ
  • ระบบสุขภาพที่สนับสนุนนมแม่แต่คำพูด แต่กลับปล่อยให้แม่ออกจากโรงพยาบาลก่อนที่จะได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในการให้ลูกกินนมแม่
  • สังคมที่มองการให้ลูกกินนมแม่เป็นเรื่องลับเฉพาะส่วนตัวที่ต้องทำในที่ปกปิด เชิดชูเต้านมในฐานะอุปกรณ์ทางเพศและละเลยการใช้ประโยชน์ที่แท้จริงของมัน
  • สังคมที่คาดหวังให้แม่รีบต้องกลับไปทำงาน เพราะลาคลอดได้ไม่นานและไม่ได้รับเงินเดือนระหว่างลาคลอด ขณะเดียวกันที่ทำงานก็ไม่มีสถานรับเลี้ยงเด็ก และไม่มีความช่วยเหลือให้แม่สามารถทำงานและให้ลูกกินนมแม่ไปได้พร้อม ๆ กัน
  • ระบบทางการแพทย์ที่ยังวัดการเติบโตของทารกกินนมแม่โดยใช้เกณฑ์การเติบโตซึ่งไม่เป็นธรรมชาติของทารกกินนมผสม และทำให้แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่รู้สึกล้มเหลวเวลาที่ลูกไม่เป็นไปตามเกณฑ์นั้น
  • ขั้นตอนการ แพทย์ที่ไม่จำเป็นในระหว่างการคลอด ซึ่งไปขัดขวางเส้นทางธรรมชาติของทารกจากมดลูกสู่เต้านม และข้อบังคับที่จำกัดทารกให้ไม่สามารถเข้าถึงเต้านมแม่ได้บ่อยเท่าที่ควร เพื่อได้รับสารอาหารที่เหมาะสม
  • สังคมที่ ทำลายภาพพจน์ของร่างกาย โดยสร้างภาพร่างกายของสาวรุ่นว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ และยกย่องร่างกายที่ขาดสารอาหารของดาราคนดังเป็นแบบอย่างให้วัยรุ่นและหญิง วัยเจริญพันธุ์เดินตาม
ถึง เวลาแล้วที่เราจะทำลายกำแพงระหว่างแม่ทุกคนแล้วหันมาร่วมมือกัน ไม่มีพวกเขาไม่มีพวกเรา ไม่มีแม่ที่ดีหรือแม่ที่แย่ ผู้หญิงทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการสนับสนุนและข้อมูลที่จำเป็นในการให้ กำเนิดทารกและให้ลูกกินนมแม่ตามที่ธรรมชาติกำหนดไว้ โดยไม่ต้องรู้สึกถึงแรงกดดันจากการโฆษณาของบริษัทนมผสมที่เข้าไปมีอิทธิพล กับเจ้าหน้าที่ดูแลพวกเขาในระหว่างการทำหน้าที่แม่

-------

แปลจาก http://www.bellybelly.com.au/baby/artificial-feeding-and-breastfeeding#.UbmZ4flmjTo
 
 
Support : | |
Copyright © 2014. บ้าน น้องโอห์ม - All Rights Reserved
Template Created by Published by
Proudly powered by Blogger